การแข่งขันกีฬากอล์ฟ มีหลายแบบให้เราได้ศึกษาก่อนลงแข่ง

การแข่งขันแบบนับหลุม

Match Play เป็นการแข่งขันแบบตัวต่อตัว หรือเป็นทีมตั้งแต่สองคนขึ้นไป ส่วนมากจะแข่งเป็นคู่ อาจแข่งกันหลุมต่อหลุม ใครชนะมากหลุมกว่า ก็เป็นฝ่ายชนะ โดยไม่ได้นำแต้มรวมมาคิดคำนวณ การแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ จะมีการกำหนดจำนวนหลุมเช่นเดียวกับการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ คือ 18 – 36 – 54 – 72 หลุม กำหนดโดยคณะกรรมการการแข่งขัน และเนื่องจากการแข่งขันแข่งกันในลักษณะการนับจำนวนหลุม ไม่ได้ดูจากแต้ม ดังนั้นในบางครั้ง การแข่งขันอาจจะยังไม่แข่งกันจนครบหลุม ก็อาจทราบผลแพ้ชนะกันได้ เมื่อคำนวณแล้วว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีทางไล่ตามจำนวนหลุมของผู้ชนะได้แม้จะเล่นจนครบทุกหลุม

การแข่งขันแบบนับแต้ม

ส่วนในการแข่งขันแบบสมัครเล่น (Amature) ปกติจะแข่งกันวันเดียว คือหนึ่งรอบ 18 หลุม แต่แมทช์สำคัญ ๆ จะกำหนดไว้ถึง 36 หรือ 54 หลุม แต่หากเป็นถ้วย คิงส์คัพ หรือชิงแชมป์ประเทศไทย หรือระดับนานาชาติ คณะกรรมการจะกำหนดให้แข่งกัน 4 วัน 72 หลุม เช่นเดียวกับนักกอล์ฟอาชีพ การแข่งขันในระดับสมาคม สโมสร หรือชมรมกอล์ฟทั่ว ๆ ไป ส่วนมากจะจัดกันเดือนละครั้ง 18 หลุม ใน 1 วัน โดยจะมีการแบ่งไฟลท์ หรือกลุ่มการแข่งขัน ตามระดับฝีมือของนักกีฬากอล์ฟสมัครเล่น

Stroke Play ในอดีตเรียกว่า Medal Play เป็นการแข่งขันนับแต้มรวม คือนับแต้มของนักกอล์ฟที่ทำแต้มได้ในรอบ 18 หลุมใน 1 วัน โดยผู้ทำแต้มรวมได้น้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ SBOBET ซึ่งในการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ ๆ ของนักกอล์ฟอาชีพ ตามหลักสากล จะกำหนดให้มีการแข่งขันติดต่อกันรวม 4 วัน หากมีโปรสมัครเข้าแข่งขัน มากกว่าที่คณะกรรมการกำหนด ทางคณะกรรมการจะจัดให้มีรอบคัดเลือกก่อนการแข่งจริง 1 วัน เรียกว่า รอบควอลิไฟอิ้ง

คำจำกัดความของการเล่นกอล์ฟ คือ การที่นักกอล์ฟหรือผู้เล่นกอล์ฟ ตีลูกกอล์ฟออกไปด้วยไม้กอล์ฟจากแท่นที (Teeing Ground) เพื่อให้ลูกกอล์ฟลงไปในหลุม ตามรูปแบบของสนามในแต่ละหลุม ผู้ตีน้อยครั้งที่สุดให้ลูกลงหลุม ถือเป็นผู้ชนะในหลุมนั้น ๆ

รูปแบบการแข่งขันกอล์ฟ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ

1. การแข่งขันแบบนับหลุม Match Play

2. การแข่งขันแบบนับแต้ม Stroke Play