ความลับของกีฬาเทนนิส ระหว่างฮาร์ดคอร์ด คอร์ดิน และ คอร์ดหญ้า

เริ่มต้นการอธิบายความแตกต่างกันที่คอร์ดดินเป็นอันดับแรก คอร์ดดินนั้นมีคุณลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากคอร์ดอื่น ๆ ตรงที่มีดินเป็นผิวพื้นสนามแข่งขัน ทำให้เมื่อบอลตกกระทบแล้วจะกระดอนขึ้นสูงกว่าปกติ แต่จะมีความเร็วลดลงเป็นอย่างมาก ดังนั้นนักเทนนิสที่ได้เปรียบในการเสิร์ฟที่รุนแรงหรือที่ตีแรงก็จะมีภาษีดีกว่านักเทนนิสที่เน้นเรื่องเทคนิคชั้นเชิง เพราะเกมจะมีจังหวะที่ช้าลงกว่าปกติเยอะมาก

คอร์ดหญ้า ซึ่งจะมีหญ้าปกคลุมพื้นผิวทำให้เวลาบอลตกกระทบกับผิวหญ้าลูกบอลจะไม่เด้งขึ้นสูงมากนัก แต่จะแฉลบและพุ่งแรงกว่าปกติ เนื่องจากมีใบหญ้าเป็นตัวทำให้ลื่นและเปลี่ยนทิศทางได้ง่ายๆ คอร์ดหญ้าเป็นที่ชื่นชอบของนักเทนนิสสายพลังที่การตีที่ดุดันหรือพวกที่มีพลังในการเสิร์ฟเป็นทีเด็ดในการเรียกคะแนนจะฝ่ายตรงข้าม และเคลื่อนไหวรวดเร็วก็จะได้เปรียบบนคอร์ดหญ้า

ฮาร์ดคอร์ด จะมีลักษณะกึ่งกลาง ระหว่างคอร์ดดินและคอร์ดหญ้า SBOBET โดยลูกจะวิ่งช้ากว่าคอร์ดหญ้า แต่ก็ยังเร็วกว่าคอร์ดดิน ฮาร์ดคอร์ด จะมีข้อเสียอีกก็คือ อาจทำให้นักกีฬาได้รับบาดเจ็บได้ง่ายและอาจถึงขั้นรุนแรงได้ ไม่เหมือนคอร์ดหญ้าและคอร์ดดิน นักเทนนิสจึงต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่าปกติเพื่อลดอาการบาดเจ็บและสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สึดสำหรับวงการเทนนิส ก็คือรายการเทนนิสแกรนแสลม (Grand Slam) มีการจัดการแข่งขันในคอร์ดทั้งสามประเภทที่กล่าวมาข้างต้นอย่างครบถ้วน เช่นรายการ ออสเตรเลียน โอเพ่น และยูเอส โอเพ่น แข่งกันในฮาร์ดคอร์ด เฟรนส์ โอเพ่น แข่งกันในคอร์ดดิน และวิมเบิลดัน แข่งที่คอร์ดหญ้า การที่นักเทนนิสคนนึงจะทำได้ดีเยี่ยมในทุกรายการที่มีสนามแข่งขันต่างกันนั้น เป็นที่เรื่องยากมาก ซึ่งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีนักเทนนิสคนไหนสามารถคว้าแชมป์ทุกสนามแข่งขันได้