เคล็ดลับในการปรับสภาพจิตใจให้”วิ่งมาราธอน”ได้ไกลขึ้น

 

เคล็ดลับในการปรับสภาพจิตใจให้วิ่งได้ไกลขึ้น

การวิ่งมาราธอนเป็นการวิ่งระยะไกลที่ผู้วิ่งจะต้องมีความอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจ ที่ต้องมากกว่านักฟุตบอลหลายเท่า ความเหน็ดเหนื่อยและย่อท้อเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และยิ่งถ้าไม่ได้เป็นนักวิ่งมืออาชีพจริง ๆ การฝืนใจวิ่งให้ได้ระยะทางตามที่กำหนดก็อาจเป็นตัวทำร้ายความตั้งใจของคุณได้ วันนี้เรามีเคล็ดลับที่จะช่วยในการปรับสภาพจิตใจและทำให้คุณวิ่งได้ไกลขึ้นมาฝากให้ได้ลองนำไปใช้กันดูนะครับ

1. การแบ่งระยะทางวิ่งให้สั้นลง

ลองคิดดูว่าถ้าหากตั้งใจไว้ว่าจะวิ่งให้ได้ระยะทาง 20 กม. มันก็จะทำให้รู้สึกว่ามันไกลมาก ให้ลองเปลี่ยนความคิดโดยแบ่งระยะทางวิ่งออกเป็นแค่ 5 กม.แต่มี  4 ช่วง โดยใช้วิธีจดจำจุดสังเกตทุก 5 กม. ตั้งแต่ 5 กม.แรกไปจนถึง 5 กม.สุดท้าย หรือจะใช้เทคโลโลยี เช่น GPS ในสมาร์ทโฟนช่วยก็ได้ เมื่อผ่านในแต่ละช่วงก็จะทำให้รู้สึกว่าระยะทางที่เหลือน้อยลง อีกไม่ช่วงก็ได้ 20 กม.แล้ว วิธีนี้จะช่วยสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นได้ตลอดเส้นทางครับ

2. มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน

กำลังใจในการวิ่งเกิดขึ้นได้จากจุดหมายปลายทางที่เรากำหนดไว้เสมอ SBOBET การกำหนดจุดหมายที่มีความหมายกับคุณไว้เป็นระยะตลอดเส้นทางจะช่วยให้คุณมีความสุขและรู้สึกดีไปด้วย เช่น กำหนดจุดแรกเป็นหน้าบ้านคนที่คุณแอบชอบ จุดต่อไปก็ไปส่งเสียงทักทายที่หน้าบ้านเพื่อนสนิทเสียหน่อย จุดต่อไปก็เป็นหน้าบ้านแฟนเก่า จุดสุดท้ายอาจวนกลับมาเป็นบ้านคุณเองเพื่อจะกลับมาทานข้าวเย็นกับพ่อแม่ก็ได้ โดยที่แต่ละจุดจะมีระยะทางเท่าไหร่ก็ได้ การใช้วิธีคิดแบบนี้จะทำให้คุณวิ่งด้วยความสุขและสนุกจนลืมเหนื่อยไปเลยครับ

3. หาเพื่อนวิ่ง

เพื่อนที่วิ่งด้วยก็เปรียบเหมือนคู่แข่งขันที่ไม่มีฝ่ายใดยอมกัน ต่างฝ่ายต่างก็จะช่วยในการกระตุ้นให้ไม่หยุดวิ่งลงเสียก่อน การวิ่งไปพร้อม ๆ กันจะช่วยในการควบคุมจังหวะการวิ่งและจังหวะการหายใจได้ดีกว่าการวิ่งคนเดียว อีกทั้งยังช่วยดูแลความปลอดภัยให้กันและกันได้อีกด้วย

4. หาแรงบันดาลใจในการวิ่ง

การวิ่งในสวนสาธารณะแล้วฟังเพลงหรือดนตรีประกอบภาพยนตร์ไปด้วยจะช่วยให้จิตใจฮึกเหิมได้ โดยเฉพาะซาวน์ดนตรีแนวปลุกใจ หรือถ้าไม่ชอบฟังเพลงก็นึกปลุกใจตัวเองเอาก็ได้ครับ

5. วิ่งให้เหมือนกำลังแข่งขัน

การมโนภาพว่าตัวเองกำลังแข่งมาราธอนระดับโลก ไม่ต่างจากกีฬาฟุตบอลที่ต้องคิดให้เหมือนตัวเองกำลังแข่งขันฟุตบอลโลก จะทำให้รู้สึกว่าการวิ่งครั้งนี้มีความท้าทายกว่าการวิ่งออกกำลังกายประจำวัน นักวิ่งมาราธอนเมื่อลงแข่งขันมักจะวิ่งได้ดีกว่าตอนซ้อมเสมอ เราเองก็เช่นกันหากคิดว่าเรากำลังลงแข่งอยู่และกำลังจะชนะก็จะทำให้เราวิ่งได้ดีขึ้น หันมาใช้จินตนาการให้เป็นประโยชน์กันดีกว่าครับ

บทความกีฬานี้เป็นอย่างไรบ้างครับกับวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แค่ปรับทัศนคติทางความคิดนิดหน่อย เพิ่มเติมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงไปในการวิ่งของคุณ เราเชื่อว่ามันจะทำให้การวิ่งของคุณไปได้ไกลขึ้นกว่าการวิ่งไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่าแน่นอน ลองแล้วได้ผลอย่างไรก็นำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ในการวิ่งจริง นักวิ่งมาราธอนมักวิ่งได้ไกลกว่าที่ฝึกซ้อม เพราะความรู้สึกตื่นเต้น ท้าทาย จึงทำให้สามารถทุ่มเทพลังได้อย่างเต็มที่มากกว่า ลองใช้จินตนาการในการฝึกซ้อมว่ากำลังวิ่งแข่งจริง จะช่วยให้วิ่งได้ไกลขึ้น