12 “สนามฟุตบอล” ที่ใช่ในการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก” 2014

 

พบกับสุดยอด 12 สนามที่บราซิลใช้ในมหกรรมฟุตบอลโลก 2014

ใกล้เข้าไปทุกขณะแล้วนะครับกับมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 หรือ FIFA World Cup 2014 ที่ประเทศบราซิล ซึ่งทางประเทศบราซิลในฐานะเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันได้กำหนดให้ใช้สนามทั้งสิ้น 12 สนามตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศสำหรับเป็นสังเวียนในการฟาดแข้งครั้งนี้ โดยที่ในแต่ละสนามมีการพัฒนาและก่อสร้างโดยใช้ทุนมหาศาลเพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของมหกรรมฟุตบอลโลกที่กำลังจะจัดขึ้น บราซิลจะใช้สนามไหนบ้าง ไปติดตามกันครับ

1. มาราคานา (Maracana) ตั้งอยู่ที่เมือง ริโอ เดอ จาเนโร เริ่มก่อสร้างในปี 1948 และเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1950 เพื่อใช้ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1950 ปัจจุบันเป็นสนามฟุตบอลที่สโมสร CR Flamengo และ Fluminense FC ใช้อยู่ มีความจุทั้งสิ้น 78,838 ที่นั่ง เป็นสนามฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศบราซิล ซึ่งสนามมาราคานาแห่งนี้จะถูกใช้เป็นสนามสำหรับนัดชิงชนะเลิศในมหกรรมฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย

สนาม มาราคานา จะใช้จัดการแข่งขันในแมทช์ต่าง ๆ ดังนี้

กลุ่ม F – อาร์เจนตินา พบ บอสเนีย-เฮเซโกวินา

กลุ่ม B – สเปน พบ ชิลี

กลุ่ม B – สเปน พบ ชิลี

กลุ่ม H – เบลเยียม พบ รัสเซีย

กลุ่ม E – เอกวาดอร์ พบ ฝรั่งเศส

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม C พบ อันดับ 2 กลุ่ม D

รอบ 8 ทีมสุดท้าย 1 นัด

รอบชิงชนะเลิศ

2. สนาม อารีนา โครินเทียน (Arena Corinthian) ตั้งอยู่ที่เมือง เซา เปาโล เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 2011 จนมาเสร็จสิ้นลงเมื่อเดือนธันวาคมปี 2013 โดยมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า อารีนา เดอ เซา เปาโล เป็นสนามเหย้าของสโมสร SC Corinthians Paulista มีความจุ 68,000 ที่นั่ง และใช้เป็นสนามเปิดการแข่งขันระหว่างทีมบราซิลเจ้าภาพกับโครเอเชีย

สนาม อารีนา โครินเทียน จะใช้จัดการแข่งขันในแมทช์ต่าง ๆ ดังนี้

กลุ่ม A – บราซิล พบ โครเอเชีย (นัดเปิดสนาม)

กลุ่ม D – อุรุกวัย พบ อังกฤษ

กลุ่ม B – เนเธอร์แลนด์ พบ ชิลี

กลุ่ม H – เกาหลีใต้ พบ เบลเยียม

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม F พบ อันดับ 2 กลุ่ม E

รอบรองชนะเลิศ 1 นัด

3. สนาม มิไนเรา (Mineirao) เดิมเป็นสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ที่มีความจุคนดูถึง 130,000 ที่นั่ง แต่เมื่อต้องทำตามกฎของฟีฟ่าจึงต้องมีการติดตั้งหลังคาทำให้จำนวนที่นั่งลงเหลือแค่ 64,000 ที่นั่งเท่านั้น สนามมิไนเราตั้งอยู่ที่ เบโล ฮอริซอนเต้ ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1965 ใช้เป็นสนามเหย้าของทีม Cruzeiro EC และ Atlético Mineiro

สนาม มิไนเรา จะถูกใช้เป็นสังเวียนของคู่ต่อไปนี้

กลุ่ม C – โคลอมเบีย พบ กรีซ

กลุ่ม H – เบลเยียม พบ แอลจีเรีย

กลุ่ม F – อาร์เจนตินา พบ อิหร่าน

กลุ่ม D – คอสตาริก้า พบ อังกฤษ

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม A พบ อันดับ 2 กลุ่ม B

รอบรองชนะเลิศ 1 นัด

4. สนาม เอสตาดิโอ เนชั่นแนล เดอ บราซิเลีย (Estadio Nacional de Brasilia) เป็นสนามที่สร้างขึ้นเพื่อ SBOBET เป็นสนามกีฬาประจำเมืองบราซิลเลียและเป็นสนามกีฬาประจำชาติ สร้างขึ้นเมื่อปี 2010 บนพื้นที่เดิมของสนาม มาเน่ การ์รินชา โดยมีความจุ 71,412 ที่นั่ง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างไปทั้งสิ้นประมาณ 1 พันล้านเรียลหรือประมาณ 14,000 ล้านบาทไทย สนามแห่งนี้เคยถูกใช้ในการแข่งขันฟุตบอล คอนเฟดเดอเรชั่น คัพ มาแล้วเมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา

ในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ สนาม เอสตาดิโอ เนชั่นแนล เดอ บราซิเลีย จะถูกใช้เป็นสังเวียนฟาดแข้งในแมทช์ดังต่อไปนี้

กลุ่ม E – สวิตเซอร์แลนด์ พบ เอกวาดอร์

กลุ่ม C – โคลอมเบีย พบ ไอเวอรี่ โคสต์

กลุ่ม A – แคเมอรูน พบ บราซิล

กลุ่ม G – โปรตุเกส พบ กาน่า

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม E พบ อันดับ 2 กลุ่ม F

รอบ 8 ทีมสุดท้าย 1 นัด

นัดชิงอันดับที่ 3

5. สนาม อารีนา คาสเทเลา (Arena Castelao) สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมือง ฟอร์ทาเลซา สร้างเสร็จเมื่อปี 1973 เดิมมีความจุ 118,000 ที่นั่ง แต่ได้รับการปรับปรุงให้ตรงตามกฎฟีฟ่าเมื่อปี 2002 ทำให้มีที่นั่งเหลือแค่ 63,903 ที่นั่ง เพื่อรองรับการแข่งขันฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่นคัพในแ 2013 เช่นกัน

สนามแห่งนี้จะใช้ในการแข่งขันคู่ต่อไปนี้

กลุ่ม D – อุรุกวัย พบ คอสตา ริก้า

กลุ่ม A – บราซิล พบ เม็กซิโก

กลุ่ม G – เยอรมัน พบ กาน่า

กลุ่ม C – กรีซ พบ ไอเวอรี่ โคสต์

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม B พบ อันดับ 2 กลุ่ม A

รอบ 8 ทีมสุดท้าย 1 นัด

6. สนาม อารีนา ฟอนเต้ โนว่า (Arena Fonte Nova) เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นมาใหม่แทนที่สนาม เอสเตดิโอ ฟอนเต้ โนว่า ตั้งอยู่ที่เมือง ซาลวาดอร์ เปิดใช้งานครั้งแรกในการแข่งขัดศึกคอนเฟดเดอเรชั่นในปี 2013 มีความจุผู้ชมถึง 53,700 ที่นั่งและมีที่นั่ง วีไอพี. ถึง 1,200 ที่นั่ง และมีห้องพิเศษสำหรับการนั่งชมการแข่งขันแบบส่วนตัวถึง 70 ห้อง และยังเป็นสนามเหย้าของทีม EC Bahia อีกด้วย

ทีมที่จะใช้สนาม อารีน่า ฟอนเต้ โนว่า ในการแข่งขันมีดังต่อไปนี้

กลุ่ม B – สเปน พบ เนเธอร์แลนด์

กลุ่ม G – เยอรมัน พบ โปรตุเกส

กลุ่ม E – สวิตเซอร์แลนด์ พบ ฝรั่งเศส

กลุ่ม F – บอสเนีย-เฮอเซโกวินา พบ อิหร่าน

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม H พบ อันดับ 2 กลุ่ม G

รอบ 8 ทีมสุดท้าย 1 นัด

7. สนาม เอสตาดิโอ เบอร่า-ริโอ (Estadio Beira-Rio) เป็นสนามเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของบราซิล รองรับผู้ชมได้ 50,000 ที่นั่ง สร้างขึ้นโดยใช้เวลานานเป็น 10 ปี โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 1959 และใช้งานมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจนมีสภาพชำรุดทรุดโทรมและถูกบูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี 2012 จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์พร้อมใช้ในการโลกเมื่อเดือนเมษายนปี 2014 ทีมที่ใช้สนามแห่งนี้เป็นสนามประจำทีมก็คือ SC Internacional

โปรแกรมการแข่งขันของสนามแห่งนี้ได้แก่

กลุ่ม E – ฝรั่งเศส พบ ฮอนดูรัส

กลุ่ม B – ออสเตรเลีย พบ เนเธอร์แลนด์

กลุ่ม H – เกาหลีใต้ พบ อัลจีเรีย

กลุ่ม F – ไนจีเรีย พบ อาร์เจนตินา

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม G พบ อันดับ 2 กลุ่ม H

8. สนาม อารีนา เพอร์นามบุโก (Arena Pernambuco) สนามแห่งนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้โดยเฉพาะ โดยเริ่มมีการก่อสร้างขึ้นในเดือนตุลาคมปี 2012 จนถึงเดือนพฤษภาคมปี 2013 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างไปทั้งสิ้น 500 ล้านเรียลหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 7,350 ล้านบาท โดยได้รับทุนในการก่อสร้างจากบริษัทเอกชนรายใหญ่ในประเทศบราซิล มีสโมสรที่ใช้สนามแห่งนี้เป็นสนามเหย้าคือสโมสร Clube Náutico Capibaribe โดยมีความจุประมาณ 64,000 ที่นั่ง

สนามแห่งนี้ถูกใช้ในการแข่งขันในรอบต่าง ๆ ดังนี้

กลุ่ม C – ไอเวอรี่ โคสต์ พบ ญี่ปุ่น

กลุ่ม D – อิตาลี พบ คอสตา ริก้า

กลุ่ม A – โครเอเชีย พบ เม็กซิโก

กลุ่ม G – สหรัฐฯ พบ เยอรมัน

รอบ 16 ทีม – อันดับ 1 กลุ่ม F พบ อันดับ 2 กลุ่ม E

9. สนาม อารีนา เดอ อะเมซอเนีย (Arena de Amazonia) เป็นสนามที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยทีมวิศวกรจากเยอรมันใช้แทนสนามประจำเมืองมานาอุสที่เป็นสนามของทีม Nacional FC มีความจุเพียงแค่ 55,400 ที่นั่งเท่านั้น เป็นสนามที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสร้างหลังคาเคลือบสารสะท้อนความร้อนเพื่อให้ภายในสนามมีอากาศเย็นกว่าภายนอกโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ รวมทั้งยังใช้โครงหลังจากจากเหล็กชนิดพิเศษที่มีความแข็งแรงทนทางอีกด้วย

สนาม อารีน่า เดอ อะเมซอเนีย จะใช้ในการแข่งขันในรอบแรกเท่านั้น

กลุ่ม D – อังกฤษ พบ อิตาลี

กลุ่ม A – แคเมอรูน พบ โครเอเชีย

กลุ่ม G – สหรัฐฯ พบ โปรตุเกส

กลุ่ม E – ฮอนดูรัส พบ สวิตเซอร์แลนด์

10. สนาม อารีนา พานทานัล (Arena Pantanal) เป็นสนามประจำของสโมสร Mixto EC and Cuiabá EC

เป็นสนามที่เล็กที่สุด มีความจุ 41,390 ที่นั่ง เป็นสนามที่สร้างขึ้นมาใหม่แทนที่สนามเก่าในเมืองกุบายา และถือว่าเป็นอีกสนามหนึ่งที่สร้างเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด โดยเพิ่งสร้างเสร็จก่อนการแข่งขันไม่ถึง 1 เดือน จุดเด่นของสนามนี้ก็คือมีต้นไม้ใหญ่อยู่ทั้ง  4 มุมของสนาม

สนามแห่งนี้ถูกใช้ในการแข่งขันเพียงรอบแรกเท่านั้น โดยมีคู่ที่จะทำการแข่งขันในสนามนี้คือ

กลุ่ม B – ชิลี พบ ออสเตรเลีย

กลุ่ม H – รัสเซีย พบ เกาหลีใต้

กลุ่ม F – ไนจีเรีย พบ บอสเนีย-เฮอเซโกวินา

กลุ่ม C – ญี่ปุ่น พบ โคลอมเบีย

11. สนาม อารีนา ดาส นูดาส (Arena das Nudas) มีความจุแค่ 43,000 เป็นสนามที่สร้างขึ้นมาใหม่แทนที่สนามเดิมของสโมสร América Futebol Clube และใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรก ตั้งอยู่ในเมืองนาทาล ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากทะเลทรายในเมืองนาทาลซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง

โปรแกรมการแข่งขันที่ใช้สนามนี้ได้แก่

กลุ่ม A – เม็กซิโก พบ แคมเมอรูน

กลุ่ม G – กาน่า พบ สหรัฐฯ

กลุ่ม C – ญี่ปุ่น พบ กรีซ

กลุ่ม D – อิตาลี พบ อุรุกวัย

12. สนาม อารีนา ดา ไบซาดา (Arena da Baixada) เป็นสนามขนาดเล็กมีความจุ 41,456 ที่นั่ง โดยที่สนามแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสนาม อารีน่า ซีเอพี หรือ สนาม เคียวเซรา อารีนา เดิมเป็นของสโมสร Clube Atlético Paranaense สนามแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่หลังจากเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1999 โดยใช้เงินในการบรูณะไปทั้งสิ้น 234 ล้านเรียลหรือประมาณ 3,450 ล้านบาท

สนามแห่งนี้จะใช้ในการแข่งขันคู่ดังต่อไปนี้

กลุ่ม F – อิหร่าน พบ ไนจีเรีย

กลุ่ม E – ฮอนดูรัส พบ เอกวาดอร์

กลุ่ม B – ออสเตรเลีย พบ สเปน

กลุ่ม H – แอลจีเรีย พบ รัสเซีย

สนามฟุตบอลทั้ง 12 สนามที่บราซลเลือกมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ฟุตบอลโลก 2014 เพราะทางบราซิลเจ้าภาพได้ทุ่มเทงบประมาณในการก่อสร้างและปรับปรุงจนทุกสนามพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยที่จะทำให้มหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้อยู่ในความทรงจำของคนรักฟุตบอลตลอดไป สมกับความบ้าบอลของเจ้าภาพอย่างแท้จริง ชาติใดจะได้ขึ้นมาชูถ้วยฟีฟ่าเวิร์ดคัพ 2014 ในสนามมาราคานาก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ